Showing posts with label เตือนภัย. Show all posts
Showing posts with label เตือนภัย. Show all posts

Black List บริษัทประกันภัย

ระมัดระวังกันด้วยน่ะครับ   จะได้ไม่เสียความรู้สึกในภายหลัง
 

สำหรับผู้ที่จะถอยป้ายแดงทั้งหลาย รวมทั้งที่ถอยแล้วมาป้ายไม่แดงแล้ว

รายชื่อ Black List บริษัทประกัน ( รถยนต์ ) บริษัทประกันดังกล่าวคือ  


อันดับที่ 1. บริษัทลิเบอร์ตี้ประกันภัย มี ดร.พาชื่น รอดโพธิ์ทอง และพ.ต.ท.พงษ์ ชัย วราชิต ถือหุ้นใหญ่
อันดับที่ 2.
บริษัทมิตรแท้ประกันภัย ( ไทยประสิทธิ์เดิม )
อันดับที่ 3. บริษัทสัมพันธ์ประกันภัย นายศรีศักดิ์ ณ นคร ถือหุ้นใหญ่      


บริษัททั้ง 3 ข้างต้น อู่ต่าง ๆ ส่ายหน้าหนี ไม่รับรถเข้าซ่อมเพราะเบี้ยวค่าซ่อม หลายร้อยล้านบาท โดยลิเบอร์ตี้เป็นสุดยอดแห่งการเบี้ยวยังมีบ.ประกันภัยที่อยู่ในข่าย จะโดนอู่ต่าง ๆ ขึ้นบัญชีดำอีกคือ

อันดับที่ 4. บริษัทอาคเนย์ประกันภัย เพราะถึงแม้จะไม่ชักดาบแต่จะใช้ วิธี 'HairCut ' คือจะต่อรองกับอู่ว่าจะจ่ายให้น้อยกว่าค่าซ่อมที่ค้างไว้ซึ่งอู่ต่างๆ หลายแห่งก็ต้องยอม เพราะไม่อยากยุ่งยากเรื่องฟ้องร้องยังมีอีกประเภท คือ จ่ายค่าซ่อมช้ามาก บางที่เป็นปีถึงจะชำระให้ ได้แก่
อันดับที่ 5.
บริษัทพัชรประกันภัย
อันดับที่ 6.
บริษัทเอราวัณประกันภัย
อันดับที่ 7.
บริษัทพาณิชยการประกันภัย บริษัทนี้ผมเพิ่งโดนสดๆร้อน รถชนมา 4 เดือน แล้วยังไม่ได้เริ่มแตะเลยเนื่องจากว่าไม่มีเงินจ่ายให้อู่ซ่อม พูดง่ายๆว่าจะเจ๊งแล้ว

ข้อมูลข้างบนนี้คงมีประโยชน์กับท่านที่กำลังมองหา บ.ประกันจะได้ไม่ต้อง เสียใจภายหลัง เพราะจ่ายเบี้ยประกันแล้ว ใครๆก็อยากได้รับบริการที่ดี ไม่มีตุกติก 

ที่มา : ข้อมูลจากบริษัท ทิสโก้ จากนสพ.ผู้จัดการ

เมาแล้วอย่าขับ

ในวันสุดท้ายก่อนวันคริสต์มาส ฉันรีบไปยังซุปเปอร์มาร์เก็ต

เพื่อซื้อของขวัญที่ฉันไม่ได้ซื้อไว้แต่เนิ่นๆ

เมื่อฉันเห็นผู้คนทั้งหมดที่นั่น ฉันก็เริ่มบ่นกับตัวเอง

ฉันคงต้องเสียเวลาเป็นชาติที่นี่แน่ๆ ฉันควรไปที่อื่นดีกว่า

คริสต์มาสนี่ทำให้รู้สึกแออัดและน่ารำคาญขึ้นทุกๆปีจริงๆ

สิ่งที่ฉันอยากจะทำคือเอนตัวลงนอนแล้วก็หลับไปและตื่นขึ้นมาเมื่อเวลานี้ผ่านพ้นไปแล้วจริงๆ

แต่ถึงยังไงฉันก็ยังไปที่แผนกของเล่น

และฉันก็เริ่มหัวเสียเกี่ยวกับราคาของมันและแปลกใจว่า

เด็กๆเนี่ยเล่นของเล่นที่แพงขนาดนี้เชียวหรือ


ขณะที่กำลังเดินดูของอยู่ในแผนกของเล่นนั้น

ฉันสังเกตเห็นเด็กผู้ชายตัวเล็กๆคนหนึ่ง อายุประมาณ 5 ขวบ กำลังอุ้มตุ๊กตาไว้แนบกับอก



เขาค่อยๆลูบผมของตุ๊กตานั้นและมองดูอย่างเศร้าสร้อย

ฉันสงสัยว่าเด็กผู้ชายคนนี้จะเอาตุ๊กตาไปให้ใครกัน

เด็กผู้ชายคนนั้นหันไปหาหญิงชราที่อยู่ข้างๆ

'
คุณย่าแน่ใจหรือฮะว่าเงินของผมมีไม่พอ'

หญิงชราตอบว่า 'หลานก็รู้นี่ว่าหลานมีเงินไม่พอที่จะซื้อตุ๊กตาตัวนี้หรอก'

หลังจากนั้นหญิงชราก็บอกให้เขารออยู่ตรงนั้นประมาณ 5 นาทีระหว่างที่เธอจะไปเดินดูรอบๆ

แล้วเธอก็จากไปอย่างรวดเร็ว เด็กชายยังคงอุ้มตุ๊กตาอยู่ในมือ

ในที่สุดฉันก็เริ่มเดินเข้าไปหาเขา

ฉันถามเค้าว่าเค้าจะเอาตุ๊กตาตัวนั้นไปให้ใคร

มันเป็นตุ๊กตาที่น้องสาวของผมชอบที่สุดฮะ

และเธอก็อยากจะได้มันมากเป็นของขวัญวันคริสต์มาส

เธอมั่นใจมากว่าซานตาคลอสจะให้ตุ๊กตาตัวนี้แก่เธอ'

ฉันบอกเค้าว่า ซานตาคลอสจะให้ตุ๊กตานี้แก่น้องสาวของเขาแน่ๆ 



และก็ไม่ต้องกังวลหรอก

(
มาถึงตรงนี้ นึกหละสิครับว่า เรื่องนี้ จะเหมือนกับเรื่องปกติทั่วๆไปที่คุณเคยอ่าน

เดาผิดแล้วหละครับ ลองอ่านต่อสิครับ...)

แต่เขาตอบฉันด้วยท่าทางเศร้าสลดว่า

'
ไม่หรอกฮะ ซานตาคลอสไม่สามารถเอาตุ๊กตานี้ไปให้เธอในที่! ๆเธออยู่ตอนนี้ได้ 



ผมจะเอาตุ๊กตาตัวนี้ไปให้แม่

แม่จะได้เอาตุ๊กตานี้ไปให้เธอเมื่อแม่ไปที่นั่น’

ดวงตาของเขาเศร้ามากขณะที่เขาพูดต่อไป

'
น้องสาวของผมไปอยู่บนสวรรค์

พ่อบอกว่าแม่ก็จะไปเหมือนกันในเร็วๆนี้!

ผมก็เลยคิดว่าแม่น่าจะเอามันไปให้น้องสาวของผมได้’

หัวใจของฉันเกือบจะหยุดเต้น เด็กชายเงยหน้ามองฉันแล้วพูดว่า

'
ผมบอกพ่อให้บอกแม่ว่าอย่าพึ่งไปให้รอผมจนกว่าผมจะกลับจากซุปเปอร์มาร์เก็ตฮะ'

แล้วเขาก็หยิบรูปที่น่ารักมากของเขาซึ่งกำลังหัวเราะให้ฉันดู แล้วก็บอกว่า

'
ผมอยากให้แม่เอารูป! นี้ไปด้วยฮะเธอจะได้ไม่ลืมผม

ผมรักแม่ฮะและผมก็หวังว่าเธอจะไม่ต้องจากผมไป

แต่พ่อบอกว่าเธอต้องไปอยู่กับน้องสาวของผม'

แล้วเขาก็จ้องมองตุ๊กตาอีกครั้งอย่าอาลัย

ฉันรีบคว้ากระเป๋าตังออกมาอย่างรวดเร็ว

หยิบธนบัตรออกมา 2-3ใบ แล้วพูดว่า 'ทำไมเราไม่ลองตรวจดูอีกที เผื่อว่าเราจะมีเงินพอ'

'
ตกลงฮะ' เขาพูด 'ผมหวังว่าผมจะมีเงินพอนะฮะ'

ฉันแอบใส่เงินของฉันลงในกระเป๋าตังของเขาโดยไม่ให้เขาเห็นแล้วเขาก็เริ่มนับมัน

มันไม่ได้มีเงินแค่พอซื้อตุ๊กตาเท่านั้น แต่ยังเหลืออีกด้วย เด็กชายพูด

'
ขอบคุณพระเจ้าที่ประทานเงินให้ผมฮะ' เขามองฉัน แล้วพูดเสริมว่า

'
ผมอธิษฐานกับพระเจ้าก่อนนอนเมื่อวานฮะ

ว่าขอให้ผมมีเงินพอที่จะซื้อตุ๊กตาตัวนี้เพื่อแม่จะได้เอาไปให้น้องสาวของผมฮะ แล้วพระองค์ก็ได้ยิน

ความจริงผมอยากได้เงินที่จะซื้อกุหลาบสีขาวให้แม่ด้วยฮะ แต่ผมไม่กล้าขอมากเกินไป

แต่พระองค์ก็ให้เงินผมมากพอที่จะซื้อทั้งตุ๊กตาและกุหลาบ

แม่ของผมชอบกุหลาบขาวฮะ'

2-3
นาทีต่อมา หญิงชราก็กลับมา

ฉันเดินออกมากับรถเข็นของฉัน(รถเข็นที่ใช้ในซุปเปอร์มาร์เก็ต)

ฉันซื้อของจนเสร็จด้วยความรู้สึกที่ต่างจากตอนมาโดยสิ้นเชิง

ฉันไม่สามารถเอาภาพของเด็กชายคนนั้นออกจากจิตใจฉันได้

หลังจากนั้นฉันก็จำข่าวที่อยู่ในหนังสือพิมพ์เมื่อ 2 วันก่อนได้

มันบอกว่าคนขับรถบรรทุกที่เมาเหล้าคนหนึ่งขับรถชนรถอีกคันหนึ่งที่มีหญิงสาวคนหนึ่งกับเด็กหญิงตัวเล็กๆในรถ

เด็กหญิงคนนั้นเสียชีวิตทันที แต่แม่ของเธออยู่ในขั้นบาดเจ็บสาหัส

ครอบครัวของพวกเขาต้องตัดสินใจว่าจะดึงปลั๊กเครื่องช่วยหายใจดีหรือไม่

เพราะถึงยังไงอาการของเธอก็ไม่สามารถดีขึ้นไปกว่าขั้นโคม่าได้

ครอบครัวนี้จะเป็นของเด็กชายคนนั้นรึเปล่านะ

2
วันหลังจากได้พบกับเด็กชายคนนั้น 



ฉันอ่านเจอในหนังสือพิมพ์ว่า หญิงสาวคนนั้นได้เสียชีวิตแล้ว

ฉันไม่สามารถหยุดตัวเองไว้ได้ที่จะไปซื้อกุหลาบช่อหนึ่ง แล้วไปที่ Mortuary

ซึ่งร่างของหญิงคนนั้นได้ถูกเปิดให้คนได้ดูและอธิษฐานเป็นครั้งสุดท้ายก่อนฝัง

เธออยู่ในนั้น

ในโลงศพของเธอในมือมีดอกกุหลาบสีขาวดอกหนึ่งกับรูปถ่ายของเด็กชายคนนั้น

และมีตุ๊กตาวางอยู่บนหน้าอก

ฉันออกไปข้างนอกทั้งน้ำตารู้สึกว่าชีวิตของฉันได้เปลี่ยนไปตลอดกาล

ความรักที่เด็กผู้ชายคนนี้มีให้แม่และน้องสาวของเขานั้นจะยังคงอยู่ยืนยาวสุดแก่การจินตนาการ

แต่เพียงแค่เศษเสี้ยววินาทีเท่านั้น

คนดื่มเหล้าคนหนึ่งก็ได้พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเค้า

วิธีทำของพวกต้มตุ๋น

กระบวนการ หลอกลวงเอาเงินประชาชนหรือหลอกเหยื่อให้โอนเงินให้ พวกนี้จะทำงานเป็นแก๊ง 18 มงกุฎ มีการสร้างพล็อตเรื่องขึ้นมา โดยโทรศัพท์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (VOIP) ไปหาเหยื่อ แล้วสร้างเรื่องขึ้นมามีสองเรื่องใหญ่ๆ คือ 1.เรื่องโลภ และ 2.เรื่องกลัว

เรื่องโลภ เช่น หลอกว่าเป็นผู้โชคดีถูกลอตเตอรี่ ถ้าต้องการเงินคุณต้องไปทำรายการที่ตู้ เอทีเอ็มเพื่อให้เงินโอนเข้ามาที่บัญชี จุดสำคัญที่สุดคือหลอกให้เหยื่อไปที่เครื่อง เอทีเอ็มให้ได้ โดยใช้ความโลภล่อให้ไปติดกับ อีกอย่างคืออ้างว่าเป็นกรมสรรพากรว่าได้รับเงินคืนภาษี ก็หลอกให้ไปกด เอทีเอ็ม หลอกล่อให้โอนเงินให้







เรื่องความกลัว จะ หลอกว่าเป็นหนี้บัตรเครดิต โทร.มาจากศาล โทร.มาจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โทร.มาเพราะสงสัยว่าบัญชีเราจะมีการฟอกเงิน เป็นการสร้างเรื่องให้กลัว เป็นการสร้างจิตวิทยาให้คนขาดสติ เมื่อเกิดความโลภ ความกลัว คนก็จะขาดสติ แก๊งนี้จะใช้จิตวิทยาจูงเราเข้าไปทำอะไรที่เขาต้องการ เช่น โอนเงินให้ เพราะฉะนั้นคอลเซ็นเตอร์ที่เขาไปตั้งมีการแบ่งการทำงานเป็น 3 ทีม คือ 1.ทีมยิง 2.ทีมประสาน และ 3.ทีมเชือด เราไม่ได้ตั้งชื่อให้เขา แต่คนที่เราจับมาเล่าให้ฟังว่าเขามีการตั้งชื่อทีมกันเอง

     ทีมที่หนึ่ง เรียกว่า ทีมยิง คือ มีหน้าที่ โทร.เข้าไปหาลูกค้าแล้วแจ้งว่าคุณเป็นหนี้บัตรเครดิต มีรายการใช้บัตรเครดิตไหม แจ้งข่าวสารให้เหยื่อเกิดความกลัว พอปฏิเสธว่าไม่ได้ใช้บัตรเครดิต ไม่ได้เป็นหนี้ เขาก็จะบอกว่าคุณอาจจะโดนกลุ่มมิจฉาชีพเอาบัตรไปใช้ ทางธนาคารได้มีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เดี๋ยวจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจโทร.ไปหาเพื่อช่วยเหลือเรื่องนี้ ก็จะเป็นทีมที่สอง เรียกว่า ทีมประสาน

     ทีมประสาน ก็จะโทร.เข้ามาและ หลอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ มียศร้อยตำรวจเอก พันตำรวจตรี เป็นสารวัตรอยู่กองบังคับการตำรวจคดีเศรษฐกิจ (บก.สศก.) หลอกว่าได้รับประสานกับธนาคารเรื่องการทุจริต ขอให้คุณให้ข้อมูลกับทางราชการด้วยความถูกต้อง การให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเป็นการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อราชการมีโทษเป็น ความผิดทางกฎหมายด้วย ก็จะสอบถามชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด เลขที่บัตรประชาชน เลขที่บัตรเครดิต ฯลฯ จะถามคำถามหลอกไปเรื่อยๆ เป้าหมายเขาต้องการทราบว่าคุณมีเงินเท่าไร อยู่แบงก์อะไรบ้าง พอได้ข้อมูลส่วนตัวว่ามีเงินในแบงก์ไหนจำนวนเท่าไร ไม่จำเป็นว่าจะต้องรู้หมายเลขบัญชี เขามีหมายเลขบัญชีปลายทาง เหยื่อจะถูกหลอกให้เอาบัตรเอทีเอ็มไปใส่ในตู้เอทีเอ็ม เหยื่อก็จะกดรหัส เอทีเอ็ม จะโอนเงินไปบัญชีปลายทาง จะกดบัญชีปลายทาง เพราะฉะนั้นเขาไม่จำเป็นต้องรู้เลขบัญชี แต่เขามีบัญชีปลายทางที่จะบอกเหยื่อให้กดเงินโอนไปบัญชีปลายทาง สิ่งที่เขาต้องการรู้คือว่าคุณมีเงินในบัญชีเท่าไร หลังจากนั้นก็ส่ง ให้
ทีมที่สาม เรียกว่า ทีมเชือด

     ทีมเชือด จะ อ้างว่าเป็นผู้กำกับ เมื่อสักครู่รับรายงานจากสารวัตร แจ้งมาให้คุณรีบไปทำการป้องกันเงินคุณในบัญชีก่อน โดยใช้รหัส 32 ซึ่งทางธนาคารกับตำรวจประสานงานกันอยู่ และให้เหยื่อไปที่ตู้เอทีเอ็มแล้วจะบอก ขั้นตอนให้ทำตาม คือสุดท้ายวิธีการก็หลอกให้เหยื่อไปที่ตู้เอทีเอ็มให้ได้เพราะได้ข้อมูลมา ถ้าเหยื่อไม่ไปที่ตู้เอทีเอ็มก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องหลอกให้เหยื่อไปที่ตู้ เอทีเอ็ม เหยื่อเอาบัตรเอทีเอ็มกดรหัสตัวเอง ซึ่งแก๊งมิจฉาชีพไม่รู้รหัสเราหรอก หลอกให้เหยื่อใส่รหัสไป แต่คนที่อยู่ทีมเชือดก็จะมีหน้าจอของตู้เอทีเอ็มทุกแบงก์ และบอกให้เหยื่อกดปุ่มโน้นปุ่มนี้ตามที่บอก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเมนูภาษาอังกฤษ ให้กดทรานส์เฟอร์ (โอนเงิน) ตามจำนวนเงินที่มี แล้วก็โอนเงินไปหมายเลขปลายทาง แก๊งมิจฉาชีพโทร.มาหลอกลวงให้โอนเงินให้ไม่ใช่เป็นเรื่องเล็กๆ เป็นเรื่องเสียหายระดับประเทศ สิ่งที่ชมรมพยายามผลักดันให้นักการเมือง ผู้บริหารประเทศ และ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติรับทราบปัญหาที่จะได้สั่งการตั้งทีมงานขึ้นมาโดย เฉพาะที่จะมีการปราบปรามอย่างจริงจัง


ภัยจากไข่!!

ถ้าคุณขับรถกลางคืน แล้วโดนปาหน้ารถด้วย "ไข่" (ไข่จริงๆ ไม่ได้มุข)

อย่า...ฉีดน้ำและปัดกระจกเป็นอันขาด !!

เพราะเมื่อไข่ผสมกับน้ำแล้วกลายเป็นคราบเหนียว บดบังทัศนวิสัยของคุณได้ถึง 92.5%

นั่นหมายถึง คุณจะถูกบีบบังคับให้ต้องจอดรถข้างทาง (ก็มันมองไม่เห็น ก็ต้องหยุดก่อน) ดีไม่ดีคุณก็จะลงไปเช็ดกระจกอีกต่างหาก

ซึ่งจังหวะนั้นเองที่ คุณจะกลายเป็นเหยื่อไข่ของมิชฉาชีพทันที

นี่เป็นยุทธวิธีใหม่ของโจรบนท้องถนน

โปรดส่งเตือนญาติมิตรเพื่อนฝูงของคุณด้วย