คนละ 1 คลิกเพื่อในหลวง
10:02 PM | Labels: ในหลวง | 0 Comments
Black List บริษัทประกันภัย
ระมัดระวังกันด้วยน่ะครับ จะได้ไม่เสียความรู้สึกในภายหลัง
รายชื่อ Black List บริษัทประกัน ( รถยนต์ ) บริษัทประกันดังกล่าวคือ
อันดับที่ 1. บริษัทลิเบอร์ตี้ประกันภัย มี ดร.พาชื่น รอดโพธิ์ทอง และพ.ต.ท.พงษ์ ชัย วราชิต ถือหุ้นใหญ่
อันดับที่ 2. บริษัทมิตรแท้ประกันภัย ( ไทยประสิทธิ์เดิม )
อันดับที่ 3. บริษัทสัมพันธ์ประกันภัย นายศรีศักดิ์ ณ นคร ถือหุ้นใหญ่
บริษัททั้ง 3 ข้างต้น อู่ต่าง ๆ ส่ายหน้าหนี ไม่รับรถเข้าซ่อมเพราะเบี้ยวค่าซ่อม หลายร้อยล้านบาท โดยลิเบอร์ตี้เป็นสุดยอดแห่งการเบี้ยวยังมีบ.ประกันภัยที่อยู่ในข่าย จะโดนอู่ต่าง ๆ ขึ้นบัญชีดำอีกคือ
อันดับที่ 4. บริษัทอาคเนย์ประกันภัย เพราะถึงแม้จะไม่ชักดาบแต่จะใช้ วิธี 'HairCut ' คือจะต่อรองกับอู่ว่าจะจ่ายให้น้อยกว่าค่าซ่อมที่ค้างไว้ซึ่งอู่ต่างๆ หลายแห่งก็ต้องยอม เพราะไม่อยากยุ่งยากเรื่องฟ้องร้องยังมีอีกประเภท คือ จ่ายค่าซ่อมช้ามาก บางที่เป็นปีถึงจะชำระให้ ได้แก่
อันดับที่ 5. บริษัทพัชรประกันภัย
อันดับที่ 6. บริษัทเอราวัณประกันภัย
อันดับที่ 7. บริษัทพาณิชยการประกันภัย บริษัทนี้ผมเพิ่งโดนสดๆร้อน รถชนมา 4 เดือน แล้วยังไม่ได้เริ่มแตะเลยเนื่องจากว่าไม่มีเงินจ่ายให้อู่ซ่อม พูดง่ายๆว่าจะเจ๊งแล้ว
ข้อมูลข้างบนนี้คงมีประโยชน์กับท่านที่กำลังมองหา บ.ประกันจะได้ไม่ต้อง เสียใจภายหลัง เพราะจ่ายเบี้ยประกันแล้ว ใครๆก็อยากได้รับบริการที่ดี ไม่มีตุกติก
2:56 PM | Labels: เตือนภัย | 0 Comments
เมาแล้วอย่าขับ
เพื่อซื้อของขวัญที่ฉันไม่ได้ซื้อไว้แต่เนิ่นๆ
เมื่อฉันเห็นผู้คนทั้งหมดที่นั่น ฉันก็เริ่มบ่นกับตัวเอง
ฉันคงต้องเสียเวลาเป็นชาติที่นี่แน่ๆ ฉันควรไปที่อื่นดีกว่า
คริสต์มาสนี่ทำให้รู้สึกแออัดและน่ารำคาญขึ้นทุกๆปีจริงๆ
สิ่งที่ฉันอยากจะทำคือเอนตัวลงนอนแล้วก็หลับไปและตื่นขึ้นมาเมื่อเวลานี้ผ่านพ้นไปแล้วจริงๆ
แต่ถึงยังไงฉันก็ยังไปที่แผนกของเล่น
และฉันก็เริ่มหัวเสียเกี่ยวกับราคาของมันและแปลกใจว่า
เด็กๆเนี่ยเล่นของเล่นที่แพงขนาดนี้เชียวหรือ
ขณะที่กำลังเดินดูของอยู่ในแผนกของเล่นนั้น
ฉันสังเกตเห็นเด็กผู้ชายตัวเล็กๆคนหนึ่ง อายุประมาณ 5 ขวบ กำลังอุ้มตุ๊กตาไว้แนบกับอก
ฉันสงสัยว่าเด็กผู้ชายคนนี้จะเอาตุ๊กตาไปให้ใครกัน
เด็กผู้ชายคนนั้นหันไปหาหญิงชราที่อยู่ข้างๆ
'คุณย่าแน่ใจหรือฮะว่าเงินของผมมีไม่พอ'
หญิงชราตอบว่า 'หลานก็รู้นี่ว่าหลานมีเงินไม่พอที่จะซื้อตุ๊กตาตัวนี้หรอก'
หลังจากนั้นหญิงชราก็บอกให้เขารออยู่ตรงนั้นประมาณ 5 นาทีระหว่างที่เธอจะไปเดินดูรอบๆ
แล้วเธอก็จากไปอย่างรวดเร็ว เด็กชายยังคงอุ้มตุ๊กตาอยู่ในมือ
ในที่สุดฉันก็เริ่มเดินเข้าไปหาเขา
ฉันถามเค้าว่าเค้าจะเอาตุ๊กตาตัวนั้นไปให้ใคร
มันเป็นตุ๊กตาที่น้องสาวของผมชอบที่สุดฮะ
และเธอก็อยากจะได้มันมากเป็นของขวัญวันคริสต์มาส
เธอมั่นใจมากว่าซานตาคลอสจะให้ตุ๊กตาตัวนี้แก่เธอ'
ฉันบอกเค้าว่า ซานตาคลอสจะให้ตุ๊กตานี้แก่น้องสาวของเขาแน่ๆ
(มาถึงตรงนี้ นึกหละสิครับว่า เรื่องนี้ จะเหมือนกับเรื่องปกติทั่วๆไปที่คุณเคยอ่าน
แต่เขาตอบฉันด้วยท่าทางเศร้าสลดว่า
'ไม่หรอกฮะ ซานตาคลอสไม่สามารถเอาตุ๊กตานี้ไปให้เธอในที่! ๆเธออยู่ตอนนี้ได้
แม่จะได้เอาตุ๊กตานี้ไปให้เธอเมื่อแม่ไปที่นั่น’
ดวงตาของเขาเศร้ามากขณะที่เขาพูดต่อไป
'น้องสาวของผมไปอยู่บนสวรรค์
พ่อบอกว่าแม่ก็จะไปเหมือนกันในเร็วๆนี้!
ผมก็เลยคิดว่าแม่น่าจะเอามันไปให้น้องสาวของผมได้’
หัวใจของฉันเกือบจะหยุดเต้น เด็กชายเงยหน้ามองฉันแล้วพูดว่า
'ผมบอกพ่อให้บอกแม่ว่าอย่าพึ่งไปให้รอผมจนกว่าผมจะกลับจากซุปเปอร์มาร์เก็ตฮะ'
แล้วเขาก็หยิบรูปที่น่ารักมากของเขาซึ่งกำลังหัวเราะให้ฉันดู แล้วก็บอกว่า
'ผมอยากให้แม่เอารูป! นี้ไปด้วยฮะเธอจะได้ไม่ลืมผม
ผมรักแม่ฮะและผมก็หวังว่าเธอจะไม่ต้องจากผมไป
แต่พ่อบอกว่าเธอต้องไปอยู่กับน้องสาวของผม'
แล้วเขาก็จ้องมองตุ๊กตาอีกครั้งอย่าอาลัย
ฉันรีบคว้ากระเป๋าตังออกมาอย่างรวดเร็ว
หยิบธนบัตรออกมา 2-3ใบ แล้วพูดว่า 'ทำไมเราไม่ลองตรวจดูอีกที เผื่อว่าเราจะมีเงินพอ'
'ตกลงฮะ' เขาพูด 'ผมหวังว่าผมจะมีเงินพอนะฮะ'
ฉันแอบใส่เงินของฉันลงในกระเป๋าตังของเขาโดยไม่ให้เขาเห็นแล้วเขาก็เริ่มนับมัน
มันไม่ได้มีเงินแค่พอซื้อตุ๊กตาเท่านั้น แต่ยังเหลืออีกด้วย เด็กชายพูด
'ขอบคุณพระเจ้าที่ประทานเงินให้ผมฮะ' เขามองฉัน แล้วพูดเสริมว่า
'ผมอธิษฐานกับพระเจ้าก่อนนอนเมื่อวานฮะ
ว่าขอให้ผมมีเงินพอที่จะซื้อตุ๊กตาตัวนี้เพื่อแม่จะได้เอาไปให้น้องสาวของผมฮะ แล้วพระองค์ก็ได้ยิน
ความจริงผมอยากได้เงินที่จะซื้อกุหลาบสีขาวให้แม่ด้วยฮะ แต่ผมไม่กล้าขอมากเกินไป
แต่พระองค์ก็ให้เงินผมมากพอที่จะซื้อทั้งตุ๊กตาและกุหลาบ
แม่ของผมชอบกุหลาบขาวฮะ'
2-3 นาทีต่อมา หญิงชราก็กลับมา
ฉันเดินออกมากับรถเข็นของฉัน(รถเข็นที่ใช้ในซุปเปอร์มาร์เก็ต)
ฉันซื้อของจนเสร็จด้วยความรู้สึกที่ต่างจากตอนมาโดยสิ้นเชิง
ฉันไม่สามารถเอาภาพของเด็กชายคนนั้นออกจากจิตใจฉันได้
หลังจากนั้นฉันก็จำข่าวที่อยู่ในหนังสือพิมพ์เมื่อ 2 วันก่อนได้
มันบอกว่าคนขับรถบรรทุกที่เมาเหล้าคนหนึ่งขับรถชนรถอีกคันหนึ่งที่มีหญิงสาวคนหนึ่งกับเด็กหญิงตัวเล็กๆในรถ
เด็กหญิงคนนั้นเสียชีวิตทันที แต่แม่ของเธออยู่ในขั้นบาดเจ็บสาหัส
ครอบครัวของพวกเขาต้องตัดสินใจว่าจะดึงปลั๊กเครื่องช่วยหายใจดีหรือไม่
เพราะถึงยังไงอาการของเธอก็ไม่สามารถดีขึ้นไปกว่าขั้นโคม่าได้
ครอบครัวนี้จะเป็นของเด็กชายคนนั้นรึเปล่านะ
2 วันหลังจากได้พบกับเด็กชายคนนั้น
ฉันไม่สามารถหยุดตัวเองไว้ได้ที่จะไปซื้อกุหลาบช่อหนึ่ง แล้วไปที่ Mortuary
ซึ่งร่างของหญิงคนนั้นได้ถูกเปิดให้คนได้ดูและอธิษฐานเป็นครั้งสุดท้ายก่อนฝัง
เธออยู่ในนั้น
ในโลงศพของเธอในมือมีดอกกุหลาบสีขาวดอกหนึ่งกับรูปถ่ายของเด็กชายคนนั้น
และมีตุ๊กตาวางอยู่บนหน้าอก
ฉันออกไปข้างนอกทั้งน้ำตารู้สึกว่าชีวิตของฉันได้เปลี่ยนไปตลอดกาล
ความรักที่เด็กผู้ชายคนนี้มีให้แม่และน้องสาวของเขานั้นจะยังคงอยู่ยืนยาวสุดแก่การจินตนาการ
แต่เพียงแค่เศษเสี้ยววินาทีเท่านั้น
คนดื่มเหล้าคนหนึ่งก็ได้พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเค้า
3:03 PM | Labels: เตือนภัย | 0 Comments
เมื่อกะเหรี่ยงอยากจดทะเบียนสมรส
กะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่บนดอยบนเหนือสุดนู้นน...
อยากจะเป็นพลเมืองที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีบัตรประจำตัว
มีสำมะโนครัว มีทะเบียนสมรส ว่างั้นเถอะ
วันหนึ่งกะเหรี่ยงหนุ่มลงมาจากเขา ตรงดิ่งไปที่อำเภอ
ตั้งใจว่าจะมาจดทะเบียนสมรส พอมาถึง ก็ขอพบเจ้าหน้าที่ทันที
เจ้าหน้าที่ : มาจะให้ทำอะไรเล่านี่
กะเหรี่ยง : โผ๊ะจะมาโจ่ะทาเบียฮ๊ะ
เจ้าหน้าที่ : (อารมณ์ดี เลยพูดล้อเลียน) โจ่ะทาเบียอาราย
กะเหรี่ยง : โจ่ะทาเบีย อ่า.. โส่ะโร๊ะ ทาเบียโส่ะโร๊ะอ่า
เจ้าหน้าที่ : แล้วคุณจาโจ่ะก๊ะคาย
กะเหรี่ยง : โจ่ะ .. ก๊ะ .. เมีย
เจ้าหน้าที่ : อ้าว .. เมียไม่ได้มาด้วยนี่ คุณต้องไปเอาเมียมา
กะเหรี่ยง : โอเคฮ๊ะ เข่าะคูๆ
..กะเหรี่ยงเผ่นขึ้นเขาทันที ...อีก 30 นาทีต่อมา ก้อลงมาพบเจ้าหน้าที่คนเดิม
กะเหรี่ยง : เลี่ยะโล้ยแล้วฮ๊ะ โจ่ะทาเบีย โจ่ะทาเบีย
เจ้าหน้าที่ : ไหนล่ะเมีย บอกให้ไปเอาเมียไง ต้องเอามาด้วย ขึ้นไปเอามาอีกทีนึง
..กะเหรี่ยงก้อรับคำ เผ่นขึ้นเขาไปอีก ..อีก 1 ชั่วโมงต่อมา ก็ลงมาพบเจ้าหน้าที่คนเดิม
กะเหรี่ยง : (เสียงป้อแป้ๆ ชักไม่ไหวแล้ว หมดแรง ) โจ่ะได้ย่ะอ่ะฮ๊ะ
เจ้าหน้าที่ : แล้วเมียล่ะ เอามายัง
กะเหรี่ยง : ขื้อไปเอามา 2 ทีแล้วฮ๊ะ..เมื่อหร่าจาโจ่ะซะทีอ่า ม่ะมีแล..จะเอาแล้วฮ๊ะ
เจ้าหน้าที่ : ??????
3:54 PM | Labels: ขำๆ | 0 Comments
วิธีทำของพวกต้มตุ๋น
เรื่องโลภ เช่น หลอกว่าเป็นผู้โชคดีถูกลอตเตอรี่ ถ้าต้องการเงินคุณต้องไปทำรายการที่ตู้ เอทีเอ็มเพื่อให้เงินโอนเข้ามาที่บัญชี จุดสำคัญที่สุดคือหลอกให้เหยื่อไปที่เครื่อง เอทีเอ็มให้ได้ โดยใช้ความโลภล่อให้ไปติดกับ อีกอย่างคืออ้างว่าเป็นกรมสรรพากรว่าได้รับเงินคืนภาษี ก็หลอกให้ไปกด เอทีเอ็ม หลอกล่อให้โอนเงินให้
เรื่องความกลัว จะ หลอกว่าเป็นหนี้บัตรเครดิต โทร.มาจากศาล โทร.มาจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โทร.มาเพราะสงสัยว่าบัญชีเราจะมีการฟอกเงิน เป็นการสร้างเรื่องให้กลัว เป็นการสร้างจิตวิทยาให้คนขาดสติ เมื่อเกิดความโลภ ความกลัว คนก็จะขาดสติ แก๊งนี้จะใช้จิตวิทยาจูงเราเข้าไปทำอะไรที่เขาต้องการ เช่น โอนเงินให้ เพราะฉะนั้นคอลเซ็นเตอร์ที่เขาไปตั้งมีการแบ่งการทำงานเป็น 3 ทีม คือ 1.ทีมยิง 2.ทีมประสาน และ 3.ทีมเชือด เราไม่ได้ตั้งชื่อให้เขา แต่คนที่เราจับมาเล่าให้ฟังว่าเขามีการตั้งชื่อทีมกันเอง
ทีมที่หนึ่ง เรียกว่า ทีมยิง คือ มีหน้าที่ โทร.เข้าไปหาลูกค้าแล้วแจ้งว่าคุณเป็นหนี้บัตรเครดิต มีรายการใช้บัตรเครดิตไหม แจ้งข่าวสารให้เหยื่อเกิดความกลัว พอปฏิเสธว่าไม่ได้ใช้บัตรเครดิต ไม่ได้เป็นหนี้ เขาก็จะบอกว่าคุณอาจจะโดนกลุ่มมิจฉาชีพเอาบัตรไปใช้ ทางธนาคารได้มีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เดี๋ยวจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจโทร.ไปหาเพื่อช่วยเหลือเรื่องนี้ ก็จะเป็นทีมที่สอง เรียกว่า ทีมประสาน
ทีมประสาน ก็จะโทร.เข้ามาและ หลอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ มียศร้อยตำรวจเอก พันตำรวจตรี เป็นสารวัตรอยู่กองบังคับการตำรวจคดีเศรษฐกิจ (บก.สศก.) หลอกว่าได้รับประสานกับธนาคารเรื่องการทุจริต ขอให้คุณให้ข้อมูลกับทางราชการด้วยความถูกต้อง การให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเป็นการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อราชการมีโทษเป็น ความผิดทางกฎหมายด้วย ก็จะสอบถามชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด เลขที่บัตรประชาชน เลขที่บัตรเครดิต ฯลฯ จะถามคำถามหลอกไปเรื่อยๆ เป้าหมายเขาต้องการทราบว่าคุณมีเงินเท่าไร อยู่แบงก์อะไรบ้าง พอได้ข้อมูลส่วนตัวว่ามีเงินในแบงก์ไหนจำนวนเท่าไร ไม่จำเป็นว่าจะต้องรู้หมายเลขบัญชี เขามีหมายเลขบัญชีปลายทาง เหยื่อจะถูกหลอกให้เอาบัตรเอทีเอ็มไปใส่ในตู้เอทีเอ็ม เหยื่อก็จะกดรหัส เอทีเอ็ม จะโอนเงินไปบัญชีปลายทาง จะกดบัญชีปลายทาง เพราะฉะนั้นเขาไม่จำเป็นต้องรู้เลขบัญชี แต่เขามีบัญชีปลายทางที่จะบอกเหยื่อให้กดเงินโอนไปบัญชีปลายทาง สิ่งที่เขาต้องการรู้คือว่าคุณมีเงินในบัญชีเท่าไร หลังจากนั้นก็ส่ง ให้ทีมที่สาม เรียกว่า ทีมเชือด
ทีมเชือด จะ อ้างว่าเป็นผู้กำกับ เมื่อสักครู่รับรายงานจากสารวัตร แจ้งมาให้คุณรีบไปทำการป้องกันเงินคุณในบัญชีก่อน โดยใช้รหัส 32 ซึ่งทางธนาคารกับตำรวจประสานงานกันอยู่ และให้เหยื่อไปที่ตู้เอทีเอ็มแล้วจะบอก ขั้นตอนให้ทำตาม คือสุดท้ายวิธีการก็หลอกให้เหยื่อไปที่ตู้เอทีเอ็มให้ได้เพราะได้ข้อมูลมา ถ้าเหยื่อไม่ไปที่ตู้เอทีเอ็มก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องหลอกให้เหยื่อไปที่ตู้ เอทีเอ็ม เหยื่อเอาบัตรเอทีเอ็มกดรหัสตัวเอง ซึ่งแก๊งมิจฉาชีพไม่รู้รหัสเราหรอก หลอกให้เหยื่อใส่รหัสไป แต่คนที่อยู่ทีมเชือดก็จะมีหน้าจอของตู้เอทีเอ็มทุกแบงก์ และบอกให้เหยื่อกดปุ่มโน้นปุ่มนี้ตามที่บอก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเมนูภาษาอังกฤษ ให้กดทรานส์เฟอร์ (โอนเงิน) ตามจำนวนเงินที่มี แล้วก็โอนเงินไปหมายเลขปลายทาง แก๊งมิจฉาชีพโทร.มาหลอกลวงให้โอนเงินให้ไม่ใช่เป็นเรื่องเล็กๆ เป็นเรื่องเสียหายระดับประเทศ สิ่งที่ชมรมพยายามผลักดันให้นักการเมือง ผู้บริหารประเทศ และ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติรับทราบปัญหาที่จะได้สั่งการตั้งทีมงานขึ้นมาโดย เฉพาะที่จะมีการปราบปรามอย่างจริงจัง
4:33 PM | Labels: เตือนภัย | 0 Comments
แก๊งหลอกเงินผ่านตู้ ATM
ที่มา: http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X8691502/X8691502.html
4:21 PM | Labels: หลอกลวง | 0 Comments
ภัยจากไข่!!
อย่า...ฉีดน้ำและปัดกระจกเป็นอันขาด !!
เพราะเมื่อไข่ผสมกับน้ำแล้วกลายเป็นคราบเหนียว บดบังทัศนวิสัยของคุณได้ถึง 92.5%
นั่นหมายถึง คุณจะถูกบีบบังคับให้ต้องจอดรถข้างทาง (ก็มันมองไม่เห็น ก็ต้องหยุดก่อน) ดีไม่ดีคุณก็จะลงไปเช็ดกระจกอีกต่างหาก
ซึ่งจังหวะนั้นเองที่ คุณจะกลายเป็นเหยื่อไข่ของมิชฉาชีพทันที
นี่เป็นยุทธวิธีใหม่ของโจรบนท้องถนน
โปรดส่งเตือนญาติมิตรเพื่อนฝูงของคุณด้วย
2:29 PM | Labels: เตือนภัย | 0 Comments